วัฒนธรรมวัสดุ · วิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัส · ภาษากลิ่น
ผ้าไหมมีกลิ่นจริงหรือ— เมื่อความนุ่มกลายเป็นภาษาของน้ำหอม
เราจำผ้าไหมได้จากแสงที่ไหลบนเส้นใยและความรู้สึกเมื่อปลายนิ้วสัมผัส แต่เมื่อน้ำหอมบอกว่ามีกลิ่น “Silk” เรากำลังได้กลิ่นเส้นไหมจริง ๆ หรือกำลังรับรู้สัมผัสที่มองไม่เห็น?
จัดทำจากต้นฉบับบรรณาธิการและข้อมูลแบรนด์ที่ ZCONY จัดเตรียม
มีคำหนึ่งที่ร้านผ้ากับร้านน้ำหอมใช้ร่วมกันอยู่บ่อย ๆ นั่นคือ “นุ่ม”
เวลานิ้วไล้ผ่านผ้าไหม เราอาจพูดว่าเนียน ลื่น หรือเบา แต่เมื่อได้กลิ่นน้ำหอมบางขวด เรากลับใช้คำคล้ายกัน ทั้งที่จมูกไม่ได้แตะเนื้อผ้า และปลายนิ้วก็ไม่ได้สัมผัสกลิ่น คำอธิบายสองแบบนี้เดินทางมาพบกันได้อย่างไร?
คำถามน่าสนใจกว่าการถามว่าผ้าไหมหอมหรือไม่เสียอีก เพราะมันพาเราไปดูทั้งวัตถุจริง งานฝีมือจริง และวิธีที่สมองแปลประสบการณ์จากประสาทสัมผัสหนึ่งให้กลายเป็นภาษาของอีกประสาทสัมผัส
ผ้าไหมไม่ได้เริ่มต้นที่ผืนผ้า
ก่อนจะเป็นเสื้อ ผ้าพันคอ หรือแสงเงาพริ้วบนร่างกาย เส้นไหมผ่านชีวิตอีกแบบหนึ่งมาก่อน ไหมที่ใช้ทำสิ่งทอโดยทั่วไปได้จากเส้นใยที่หนอนไหม Bombyx mori สร้างขึ้นเป็นรัง โปรตีนสำคัญสองกลุ่มในใยไหมคือ fibroin ซึ่งเป็นแกนเส้นใย และ sericin ซึ่งช่วยยึดและเคลือบเส้นใยในสภาพดิบ [1]
ในขั้นตอนทำสิ่งทอมีการขจัดเซริซินบางส่วนหรือที่เรียกว่า degumming เพื่อปรับคุณสมบัติของเส้นไหม กระบวนการเตรียมเส้น การย้อม การทอ และการดูแลผ้าหลังจากนั้นล้วนมีผลต่อประสบการณ์ของวัสดุชิ้นหนึ่ง [1]
ข้อเท็จจริงข้อนี้สำคัญมากต่อคำว่า “กลิ่นไหม” เพราะไหมดิบ เส้นไหมที่ผ่านการเตรียม ผ้าย้อมสี และผ้าที่เก็บไว้ในตู้ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน การเหมารวมว่าทุกชิ้นจะมีกลิ่นแบบเดียวกันจึงไม่แม่นยำ ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นที่เรารับรู้จากผ้าชิ้นหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับสีย้อม สารตกค้างจากการดูแลรักษา สภาพแวดล้อม หรือผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสผ้า ไม่ใช่หลักฐานว่าเป็น “กลิ่นประจำตัว” ของโปรตีนไหมโดยเฉพาะ

ความงามของไหมไม่ได้อยู่ที่ความเงาอย่างเดียว
ผ้าไหมไทยทำให้เรื่องนี้มีมิติมากขึ้น เพราะเมื่อเราพูดถึงผ้าไหม เราไม่ได้พูดถึงวัสดุในห้องทดลองอย่างเดียว แต่พูดถึงการตัดสินใจของคนทอ ว่าจะจับเส้นอย่างไร ให้ลายเดินตรงไหน และจะใช้สีแบบใด
องค์การยูเนสโกมีกรณีศึกษาว่าด้วยการย้อมสีธรรมชาติและการทอไหมในจังหวัดสุรินทร์ โดยชี้ให้เห็นภูมิปัญญาการมัดหมี่ ความหมายของลวดลายต่อชุมชน และงานหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยงไหมไปจนถึงการขึ้นกี่ [2] ผืนผ้าที่ดูเรียบเมื่อมองไกล จึงอาจมีเรื่องของสถานที่ เวลา และมือคนอยู่ใกล้กว่าที่เราคิด
นี่ไม่ได้หมายความว่าไหมทุกผืนจะมาจากกระบวนการเดียวกัน หรือว่าวัสดุธรรมชาติย่อมดีกว่าสังเคราะห์เสมอไป สิ่งที่น่าสนใจคือ “ความนุ่ม” ที่เราเห็นอาจเป็นผลลัพธ์ของการผลิตที่มีความเฉพาะ ไม่ใช่คำชมลอย ๆ ที่ติดไว้บนป้ายราคา

ทำไมจมูกจึงรู้สึกถึงความนุ่มได้
จมูกไม่ได้ตรวจวัดความเรียบของเส้นใยโดยตรง แต่ประสบการณ์ของมนุษย์ไม่ได้แยกการดม การมอง และการสัมผัสเป็นกล่องปิดสนิท
งานทดลองของ M. Luisa Demattè และคณะ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Chemical Senses ปี 2006 ศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลิ่นกับการสัมผัส ผู้เข้าร่วมประเมินความนุ่มของตัวอย่างผ้าแตกต่างกันเมื่อมีกลิ่นบางชนิดร่วมอยู่ด้วย โดยในเงื่อนไขการทดลองนั้น ตัวอย่างผ้าได้รับคะแนนความนุ่มมากขึ้นเมื่อประกอบกับกลิ่นเลมอน เมื่อเทียบกับกลิ่นลักษณะคล้ายสัตว์ [3]
งานนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า “น้ำหอมกลิ่นเลมอนทำให้ผ้านุ่มขึ้นจริง” หรือว่า “ทุกคนต้องรู้สึกแบบเดียวกัน” แต่มันทำให้เห็นว่า กลิ่นหนึ่งสามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินความรู้สึกสัมผัสได้ ภายใต้เงื่อนไขของการทดลอง และเปิดพื้นที่ให้เข้าใจว่าทำไมภาษากลิ่นจึงชอบยืมคำจากโลกของการสัมผัส
การวิจัยเรื่อง crossmodal correspondences หรือความเชื่อมโยงข้ามประสาทสัมผัส ยังพบว่ามนุษย์สามารถจับคู่กลิ่นกับคุณสมบัติจากโลกอื่น เช่น เสียง รูปร่าง หรือความรู้สึกบางอย่างได้ แม้จะไม่ใช่ความสัมพันธ์ทางกายภาพตรง ๆ เสมอไป [4]
ดังนั้น เวลามีคนบอกว่ากลิ่นหนึ่ง “บาง” “คม” “อุ่น” หรือ “เนียน” คำนั้นอาจกำลังบอกลักษณะประสบการณ์ มากกว่าจะรายงานสารเคมีตัวใดตัวหนึ่ง
แล้วคำว่า Silk ในโลกน้ำหอมหมายถึงอะไร
ในโลกน้ำหอม คำว่า note ช่วยให้คนปรุงและคนดมคุยกันเรื่องบุคลิกกลิ่นได้ง่ายขึ้น แต่ชื่อโน้ตไม่จำเป็นต้องเป็นรายชื่อวัตถุดิบที่ใส่ลงไปจริงทุกตัว
เมื่อปรากฏคำว่า Silk ในคำอธิบายกลิ่น มันจึงอาจเป็นวิธีชี้ไปยังความรู้สึกเนียน เบา ไม่กระด้าง หรือใกล้ผิว มากกว่าจะหมายความว่าขวดนั้นสกัดสารหอมจากเส้นไหมโดยตรง นี่คือการอ่านภาษาการออกแบบกลิ่น ไม่ใช่กฎตายตัวที่ใช้แทนการดูสูตรสินค้าได้
เราสามารถลองตั้งคำถามง่าย ๆ ขณะดมน้ำหอมว่า กลิ่นนี้ให้ความรู้สึกสะดุดหรือไหลต่อเนื่อง มีส่วนใดที่คมแล้วค่อยนุ่มลงหรือไม่ และคำว่า “เนียน” ที่เราใช้เป็นเรื่องของความเข้ม ความกลมกลืน หรือความทรงจำส่วนตัว คำตอบของแต่ละคนอาจต่างกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีใครผิด
ความสนุกของคำว่า Silk จึงอยู่ตรงที่มันเป็นคำชวนสังเกต ไม่ใช่คำรับประกันผลที่ทุกคนต้องรู้สึกเหมือนกัน

ผ้าไหมกับน้ำหอม พบกันตรงไหน
ถ้าจะยกตัวอย่างการใช้ภาษานี้อย่างเป็นรูปธรรม Enzo ของ ZCONY มีโครงสร้างโน้ตกลิ่นที่แบรนด์ยืนยันไว้ว่า ช่วงเปิดเป็น Water / Daisy ช่วงกลางเป็น Silk และช่วงท้ายเป็น Musk / Wood / Amber [5]
คำว่า Silk ในที่นี้เป็นโน้ตกลิ่นที่แบรนด์ใช้บรรยายแนวคิดของน้ำหอม ไม่ใช่คำยืนยันว่าสูตรมีเส้นไหมหรือสารสกัดจากไหม และไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างเรื่องผลต่อผิว
สิ่งที่น่าสังเกตคือการนำภาษาของผืนผ้ามาช่วยเล่าจังหวะของน้ำหอม: จากความโปร่งใสของช่วงเปิด สู่การใช้คำที่ชวนให้นึกถึงสัมผัสในช่วงกลาง ก่อนเดินไปสู่ฐานกลิ่นที่ระบุไว้ ผู้อ่านที่สนใจสามารถใช้โน้ตเหล่านี้เป็นแนวทางในการทดลองดมด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องคาดหวังว่าทุกคนจะได้กลิ่นภาพเดียวกัน
สิ่งที่ผ้าไหมสอนเราเกี่ยวกับกลิ่น
เส้นไหมเป็นวัตถุจริง ทอได้ แตะได้ ตรวจดูเส้นใยได้ ส่วนน้ำหอมเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลเข้าสู่ระบบรับกลิ่นและสมองตีความ เราไม่จำเป็นต้องทำให้สองสิ่งนี้กลายเป็นสิ่งเดียวกัน เพื่อมองเห็นความเกี่ยวข้องระหว่างมัน
บางทีความงามของภาษากลิ่นก็อยู่ตรงนี้เอง — การที่เราต้องยืมความรู้สึกจากปลายนิ้วมาช่วยอธิบายบางอย่างที่จมูกจับได้ แต่คำพูดธรรมดาอาจยังตามไม่ทัน
ครั้งต่อไปที่เจอคำว่า Silk บนคำอธิบายน้ำหอม ลองไม่รีบถามว่า “มีกลิ่นเหมือนผ้าไหมจริงไหม” แต่อาจถามว่า กลิ่นนี้ทำให้เรานึกถึงสัมผัสแบบใด และเพราะอะไร
แหล่งอ่านต่อ
[1] Recent Advances in Environmentally Friendly and Green Degumming Processes of Silk for Textile and Non-Textile Applications, Polymers 2022: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8876672/ (PubMed: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35215571/)
[2] UNESCO Intangible Cultural Heritage — Natural Dyeing and Silk Weaving in Surin Province, Thailand: https://ich.unesco.org/en/individual-case-study-00988?id=00016
[3] Demattè et al., Cross-modal interactions between olfaction and touch, Chemical Senses 2006, DOI 10.1093/chemse/bjj031: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16452454/
[4] Deroy, Crisinel & Spence, Crossmodal correspondences between odors and contingent features: odors, musical notes, and geometrical shapes, Psychonomic Bulletin & Review 2013, DOI 10.3758/s13423-013-0397-0: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23463615/
[5] ZCONY — ข้อมูลโน้ตกลิ่น Enzo ที่แบรนด์ยืนยัน: Water / Daisy; Silk; Musk / Wood / Amber. โน้ตกลิ่นไม่ใช่หลักฐานส่วนผสมหรือสูตรสินค้า. ข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางการ